
ปัญหาเรื่องน้ำรั่วซึมถือเป็นหนึ่งในปัญหากวนใจอันดับต้นๆ ของเจ้าของบ้านและผู้ดูแลอาคารในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดสงขลาและอำเภอหาดใหญ่ เนื่องจากสภาพภูมิอากาศที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างภาวะฝนแปดแดดสี่ ซึ่งหมายถึงการมีปริมาณน้ำฝนตกชุกยาวนานหลายเดือนสลับกับวันที่แดดแรงจัดตลอดทั้งปี สภาวะแวดล้อมเช่นนี้ทำให้โครงสร้างอาคารต้องเผชิญทั้งความชื้นสะสมระดับสูง สารเคมีจากละอองน้ำเค็มชายฝั่ง และการขยายตัวหดตัวของวัสดุจากความร้อนอย่างฉับไว การเลือกใช้ระบบกันซึมให้ถูกต้องและเหมาะสมกับจุดใช้งานตั้งแต่แรก จึงเป็นหัวใจสำคัญในการป้องกันโครงสร้างเสื่อมสภาพและช่วยประหยัดงบประมาณการซ่อมแซมในระยะยาว
วัสดุกันซึมในท้องตลาดมีหลากหลายชนิด ซึ่งแต่ละประเภทมีจุดเด่นและการตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมที่แตกต่างกัน การเลือกใช้งานจำเป็นต้องพิจารณาจากตำแหน่งของหน้างานเป็นหลัก
ระบบกันซึมประเภทอะคริลิก เป็นวัสดุกันทาซึมไร้รอยต่อที่ได้รับความนิยมสูง มีคุณสมบัติยืดหยุ่นได้ดีและหาซื้อได้ง่าย เหมาะสำหรับการทาทับบนหลังคากระเบื้อง ดาดฟ้าคอนกรีต หรือผนังภายนอกที่มีการสโลประบายน้ำได้ดี แต่อะคริลิกจะมีข้อจำกัดสำคัญคือไม่ทนทานต่อน้ำขัง หากนำไปใช้ในบริเวณที่มีน้ำขังแช่ขังเป็นเวลานาน แผ่นฟิล์มของอะคริลิกจะเกิดการบวมพองและหลุดล่อนได้ง่าย
ระบบกันซึมประเภทโพลียูรีเทน หรือ PU เป็นวัสดุกันซึมที่มีความยืดหยุ่นสูงมาก สามารถขยายตัวตามรอยแตกร้าวของคอนกรีตได้ดี มีความทนทานต่อรังสีอุลตราไวโอเลตและทนต่อน้ำแช่ขังได้ดีกว่าประเภทอะคริลิก จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับงานดาดฟ้าอาคาร หลังคาคอนกรีต และบริเวณที่ต้องเผชิญแดดและฝนโดยตรงในภาคใต้
ระบบกันซึมประเภทซีเมนต์ベース เป็นวัสดุกันซึมที่มีส่วนผสมของซีเมนต์และพอลิเมอร์ มีแรงยึดเกาะกับพื้นผิวคอนกรีตสูงมาก ทนทานต่อแรงดันน้ำได้ดี ไม่หลุดล่อนง่าย เหมาะสำหรับงานกันซึมพื้นผิวคอนกรีตก่อนการปูกระเบื้อง เช่น ห้องน้ำ บ่อเลี้ยงปลา สระว่ายน้ำ และฐานรากใต้ดิน
ระบบกันซึมประเภทแผ่นบิทูเมน เป็นแผ่นกันซึมสำเร็จรูปที่ใช้ปูทับบนพื้นผิว เหมาะสำหรับดาดฟ้าขนาดใหญ่ของโรงงานหรืออาคารพาณิชย์ มีความหนาและทนทานสูง แต่ต้องอาศัยฝีมือช่างที่มีความชำนาญในการเชื่อมรอยต่อแผ่นเพื่อป้องกันน้ำรั่วซึมตามขอบแผ่น
การปรับใช้งานระบบกันซึมให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดในหาดใหญ่และสงขลา ควรแบ่งตามลักษณะของพื้นที่ดังนี้
สำหรับพื้นที่ดาดฟ้าและหลังคาคอนกรีต ซึ่งเป็นจุดที่ต้องรับทั้งแดดจัดและความชื้นจากฝนตกหนัก ระบบกันซึมประเภทโพลียูรีเทนจะให้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด เพราะฟิล์มกันซึมมีความยืดหยุ่นสูง สามารถรองรับการขยายตัวของพื้นผิวคอนกรีตเมื่อเจอความร้อนสูงในช่วงกลางวัน และปกป้องโครงสร้างจากฝนตกชุกได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ก่อนการติดตั้งระบบกันซึมต้องมั่นใจว่าดาดฟ้ามีความสโลประบายน้ำที่ดีพอ ไม่ให้เกิดน้ำขังเป็นแอ่งใหญ่
สำหรับพื้นที่ห้องน้ำและระเบียงบ้าน การเลือกใช้ซีเมนต์กันซึมชนิดยืดหยุ่นก่อนการปูกระเบื้องเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ความชื้นสะสมในห้องน้ำจากน้ำท่วมขังหรือการใช้งานประจำวันจะถูกกั้นไม่ให้ซึมลงสู่โครงสร้างพื้นชั้นล่าง การทาซีเมนต์กันซึมควรทาขึ้นมาตามขอบผนังอย่างน้อยยี่สิบเซนติเมตรเพื่อป้องกันน้ำซึมเข้าด้านข้าง
สำหรับงานโครงสร้างใต้ดินและผนังกันดิน ในเขตสงขลาซึ่งบางพื้นที่มีระดับน้ำใต้ดินสูง การใช้ซีเมนต์กันซึมชนิดตกผลึก หรือการผสมสารกันซึมในคอนกรีตตั้งแต่ขั้นตอนการเทคอนกรีต จะช่วยอุดรูพอร์ภายในเนื้อคอนกรีต ทำให้โครงสร้างมีความหนาแน่นและป้องกันการดันของน้ำใต้ดินได้ดี
นอกเหนือจากการเลือกวัสดุให้ถูกต้องแล้ว ขั้นตอนการเตรียมพื้นผิวถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะกำหนดว่าระบบกันซึมจะอยู่ได้นานหลายปีหรือหลุดล่อนภายในไม่กี่เดือน
การเตรียมหน้างานต้องเริ่มจากการทำความสะอาดพื้นผิวให้ปราศจากฝุ่น คราบไขมัน คราบตะไคร่น้ำ และเศษปูนที่หลุดล่อน หากมีรอยแตกร้าวขนาดใหญ่บนพื้นผิวคอนกรีต ต้องทำการโป๊วซ่อมแซมรอยแตกร้าวนั้นด้วยเคมีภัณฑ์สำหรับงานโครงสร้างให้เรียบร้อยก่อนเสมอ จากนั้นจึงปล่อยให้พื้นผิวแห้งสนิทตามระยะเวลาที่สเปกวัสดุกำหนด เพราะความชื้นที่สะสมอยู่ใต้ชั้นคอนกรีตเมื่อเจอรังสีความร้อนจะกลายเป็นไอน้ำดันให้ฟิล์มกันซึมพองโตและฉีกขาดในที่สุด
การเลือกใช้วัสดุกันซึมที่ถูกต้องตรงตามประเภทหน้างานและการเตรียมพื้นผิวอย่างถูกวิธี จะช่วยสร้างปราการปกป้องอาคารในภาคใต้ให้ทนทานต่อสภาพอากาศฝนแปดแดดสี่ได้อย่างยาวนานและคุ้มค่า


